2005/Oct/25
กาลครั้งนึงนานมาแล้ว ..... มีครอบครัวนึงมีลูกสาวสวยมาก ประกอบไปด้วย เจ (ด้า บ้าทุกงาน ) เตย ( เค้ามีเตยวินรัตน์ อีนี่เตยวินชี่แล้วกัน ) วิ ( วิหลาดหัวหิน กรูคิดไรไม่ออก )
เจ้าหญิงเจตัดสินใจเดินทางไปเขมรในทันที เจ้าหญิงเตยมิต้องเดินทางไปไหนเพราะมีพระสิริโฉมที่งดงามมีแต่เจ้าชายต่างหมายปอง แต่เจ้าหญิงวิ กลับตัดสินใจเดินทางลงใต้ทันที
แล้วเรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นขณะที่เจ้าหญิงวิเดินทางมาไกลมากในป่าลึกระหว่างทางไม่สามารถทนความหิวได้จึงหาไก่สดตามระแวกป่าแถวนั้นซึ่งเป็นป่าที่ชุกไปด้วยโจร ขณะเสวยไก่สดอย่างโอชะ โจรป่าก็โผ่ลออกมาหวังจะให้เจ้าหญิงวิช่วยเป็นยันต์กันผีเวลาเดินป่ายามค่ำคืนแต่เจ้าหญิงวิไม่ยอม
ในขณะที่เจ้าหญิงเจเดินทางไปเขมรมีเงาะป่าหลงทางมาขอความช่วยเหลือ (เงาะป่าชีพ) ทั้งสองมองตาก็รู้ใจเกิดปิ๊งกันในบัดดล
ส่วนเจ้าหญิงเตยก็ทนกับบรรดาเจ้าชายเมืองต่างๆที่มาติดพันไม่ไหว แต่แล้วก็มีเจ้าชายขุนเดชขออาสาจัดการกับเหล่าเจ้าชายเมืองอื่นให้ แต่เจ้าหญิงเตยไม่ยอมรับความช่วยเหลือจึงให้เจ้าชายแต่ละเมืองยืนต่อแถวอย่างเป็นระเบียบ
เจ้าหญิงวผู้ตกอยู่ในอันตรายกำลังจะถูกโจรหมีขาว(เบิ้ม) กับโจรหมีดำ (เตริก) เอาไม้จะมารุมตีแต่มีสองจอมยุทธเข้ามาช่วยกันไว้จนได้รับบาดเจ็บที่หน้าทำให้กลายเป็นกบถูกตี (ตี้) และทีวีจอแบน (พี) สองจอมยุทธหน้าแบนทันทีและกำลังแย่
เจ้าหยิงเจและเงาะป่าเหนื่อยล้าจากการเดินทางจึงหาที่แวะพักก่อนที่จะเดินทางกลับเมืองเจอวงดนตรีอาภาพร สมุทรสาคร (แจ๋ว) คอนเสริต์อย่างสนุกสนาน พร้อมกับวงโฟรค์ซองที่เคยประกวดงานศิลปากรมิวซิคอวอต์ซึ่งมี นิพัธ(คางคก) และป๋อม ร้องรำทำเพลงอยู่ด้วย
ถึงวงดนตรีไม่ชนะการประกวดแต่ก็ชนะใจผู้แต่งนิทาน ขอเอ่ยถึงพระพี่เลี้ยงของเจ้าหญิงทั้งสาม พระสนม ตา ดี ดาว ซึ่งเป็นห่วงเจ้าหญิงมาก แต่มีสนมนางหนึ่งเป็นเกย์(ตุ๋ย)
ขณะที่เจ้าหญิงวิกำลังลำบากเจ้าชายอับดุลเลาห็ก็นั่งเรือกอและซึ่งขอยืมมากจากเพ็ญมาช่วยทันทีแต่ยานเองก็เป็นห่วงเจ้าหญิงวิมากเหมือนกันร่วมททั้งแป๋มด้วยทุกคนต่างมาช่วยเหลือ แต่กองโจรก็ไม่ธรรมดา มีเด็กสูงไม่ถึง 120เซ็นติเมตร (ตึ๋ง) มาหนุนหลัง
เจ้าหญิงเตยก็มีผู้คนอิจฉาในพระโฉมที่งดงามจึงถูกรังแกจากพวกสนมขี้เหร่(เพิรล์,เมย์,แนน,ออยเอกเทค,จิ๊บ เอกEng,ลูกน้ำ,นุ้ยเอกไทยและมีอีกมากที่คอยอิจฉา)
ไม่ได้การแล้วต้องปรึกษาปุโรหิตผู้มีอาคมสูงส่ง(บอบม์) และแม่หมอ(อนงค์)ผู้มีอิทธิฤทธิ์เก่งกล้าว่าจะทำอย่างไรดีกับพวกที่คอยอิจฉาเหล่านั้น
สาดกูขำว่ามะ อีเตยแต่งเก่งจัด ต่อ... องค์หญิงเตยไม่สบายเลยบินไปรักษาตัวทึ่เกาหลึเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า...อุนโซ
หลังจากนั้นก็พบรักกับเจ้าชายเปิ่น แต่ทรงพระงอนเพราะว่าไม่ยอมหาไข่ตุ๊ดตู่มาให้เหวยเลยทรงควบม้าแป๋มคู่ใจกลับเมืองไทย
เจ้าชายเปิ่นกลัวเสียเจ้าหญิงเตยไปเลยแปลงพระโฉมให้เจ้าหญิงทอดพระเนตรเป็นบุญตาเจ้าหญิงตกพระทัยมากที่แท้ก็เป็นเจ้าชายศิระเอง
ฝ่ายเงาะป่าชีพกับเจ้าหญิงเจก็กำลังเดินทางกลับเมืองเงาะป่าพยายามแปลงร่างเพราะอยากมีโฉมหน้าที่งดงามบ้างเงาะป่าชีพมีโอกาสแค่3ครั้งเท่านั้นเนื่องจากโดนฟ้าผ่าเพราะคอทองแดง
แต่ด้วยระยะทางจากเกาหลีมาเมืองไทยไกลมากจึงทำใหัผิวหญิงเตยดำจัด!มาจนถึงทุกวันนี้ แต่ให้จำกันไว้นะจ๊ะดั้งเดิมแล้วท่านมีผิวขาว แต่ที่ดำทุกวันนี้
การแปลงร่างครั้งแรกไม่สำเร็จออกมาเป็นตัวชะมดเช็ด เงาะป่าชีพกลุ้มมากไม่รู้จะทำอย่างไรจึงส่วสัญญาณขอความช่วยเหลือซึ่งเป็นเวลาพอเหมาะกับการเปิดรับเรดาห์ที่ไฝ่ของโก๋เอกถม โก๋จึงให้สัญญาณบอกชีพให้ลองอีกครั้ง คราวนี้ครั้งที่2 เงาะป่าชีพก็ทำไม่สำเร็จแปลงร่างเป็นจิ้งเหลนดง เหลืออีกเพียง1ครั้งเท่านั้น
การที่เจ้าหญิงเตยกลายเป็นคนผิวเข้มนั้นส่งผลต่อชีวิตเป็นอย่างมากทำให้ทางHollywoodและค่ายนางแบบดังแถวยุโรบต่างต้องการเธอมาแสดงภาพยนต์และถ่ายแบบ
เพราะเจ้าหญิงเตยทั้งสวย เอ็กซ์และเซ็กซี่เป็นที่สุดแถมยังฉลาดเฉลียวกว่าใครส่งผลให้เธอครองใจประชากรทั่วโลก
ใครว่าเงาะป่าชีพจะสิ้นชื่อ ใครว่าเค้าเป็นทองแดงไม่ใช่นะเค้าไม่ได้เป็น
เพียงแต่เงาะป่าชีพเคยไปเรียกองค์พระว่า " องค์ป๊ะ " แล้วก็ชวนหญิงเจไปทานข้าวว่า " วันนี้เราไปหาข้าวผัดปริ๊กที่องค์ป๊ะกินกันดีก่า " ไม่ทองแดงเรยแม้แต่นิดเดียวเจงๆ ใครเคยดูเพื่อนสนิทมาแล้วช่วยทำเสียงแบบสาวใต้ในเรื่องด้วย
เพียงแต่เงาะป่าชีพเคยไปเรียกองค์พระว่า " องค์ป๊ะ " แล้วก็ชวนหญิงเจไปทานข้าวว่า " วันนี้เราไปหาข้าวผัดปริ๊กที่องค์ป๊ะกินกันดีก่า " ไม่ทองแดงเรยแม้แต่นิดเดียวเจงๆ ใครเคยดูเพื่อนสนิทมาแล้วช่วยทำเสียงแบบสาวใต้ในเรื่องด้วย
แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้น มีหญิงงามผู้มาจากเมืองป้องิ้ม ... ทางตอนเหนือของจีน เป็นดินแดนไข่ทองคำ เธอผู้นั้นเลอโฉมมาก มีนามว่า " หญิงจิต " เธอทั้งตัวใหญ่ ขาวโพรงไปทั้งตัว จิตใจดีงาม ยิ้มละมุน ชายหนุ่มที่ได้พบเห็นถึงกับตกหลุม... รักกันเลยทีเดียว เตย , วิ , เจ ถึงกับดับไปด้วยครั้งนี้ นอกจากหญิงจิตแล้ว ยังมี โอ๋มิเชล , แจ๋ว สะท้านทรวง มาร่วมวงแข่งประชันความสวยในครั้งนี้ด้วย
ในระหว่างที่เจ้าหญิงแต่ละเมืองกำลังวุ่นๆ กับการประกวดครั้งนี้ ก็มีเจ้าชายโทเดินทางมาจากตอนใต้ของเมืองเล็กมาก เอ๊ยลิม่า มาดูลาดเลาหาเจ้าสาวในอนาคต ทันใดนั้นเองก็มีเสียงนึงดังขึ้น " โอ๊ย เจ๊บอ่ะ ทำไมท่านต้องเอาเข็มมาจิ้มข้าด้วย มันเจ็บมากเลยนะรู้มั๊ย " เสียงนั้นเป็นเสียงของอีตุ๊บทาสรับใช้สโมสรนักศึกษา ชายโทโมโหมากหาว่าคิดได้ยังไงว่าท่านเอาเข็มไปทิ่มแทงอีตุ๊บ เพราะที่ท่านจิ้มเข้าไปเป็นไม้แคะฟันต่างหาก อีบ้า.
แต่จุดที่สำคัญของเรื่องคือ มีนักปาด (ขับรถปาดหน้าผู้อื่น)เป็นผู้มีอิทธิพลและเป็นผู้กว้างขวาง เวลาไปไหนมาไหนต้องมีรถตำรวจคอยนำตลอด ได้เสนอตัวมาช่วย3เจ้าหญิง
คนๆนั้นมียานพาหนะสีขาวเป็นรถแวน พกถ้วยกาแฟเล็กๆ และ ชอบสูดปากซืดๆและเครียดเสมอ (ใครก็รู้คนนี้มอง หมายถึงทำเป็นขรึมนั่นเอง)ไม่พอใจใครจะไม่ให้ขึ้นรถ
เขาสํญญาว่าจะพาเจ้าหญิงทั้งสามกลับวังแต่ระหว่างทางเจ้าหญิงจับได้ว่าเค้าคิดไม่ซื่อจึงพากันหนีเข้าไปในหมู่บ้าน ม็องวิ่งตามไม่ทันกลิ้งตกไปทับราวกางเกงในที่กำลังชื้น เขาไม่สามารถแกล้งตายได้เพราะหันไปก็เจอกางเกงในถ้าแกล้งตายก็ต้องทนเหม็น
เขาจึงเลิกตามเจ้าหญิงไป พวกเจ้าหญิงไม่รู้ว่ากำลังอยู่ในหมู่บ้านคนโหด ซึ่งถ้าถามอะไรก็จะตอบไม่ทราบ(เปิ้ลเอกไทย) และก็ไม่พูดแต่จะเขียนใส่ ไวท์บอร์ดเวลา
พวกเจ้าหญิงเซ็งมากจึงเดินร้องเพลงรุ่นกันไประหว่างทางมีชาวเหนือคนหนึ่งอยากร้องบ้างแต่เพลงออกแนวใต้คือร้องเร็ว ชาวเหนือคนนี้เครียดมากร้องเพลงรุ่นได้(ฟรองค์) จึงหันไปปรึกษาเพื่อนอีกคนหนึ่ง
หญิงจิต แจ๋ว โอ๋มิเชล สวยกว่าสามเจ้าหญิงเจเตยวิก็จริงอยู่แต่ทั้งสามก็ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้นานเนื่องจากตดโรคไข้หวัดนกอยู่อย่างทรมาณและไม่มีทางแก้ใดๆทุกเช้าต้องตื่นมาขันแข่งกับไก่โดยเฉพาะโอ๋ขันเก่งมาก
จากอาการป่วยของเจ้าหญิงทั้งสาม วิธีการเดียวที่จะรักษาได้คือการให้ร้องเพลงชาติไทย มิเชลและ หญิงจิตผ่านไปได้อย่างหวุดหวิด แต่แจ๋วผู้ซึ่งมีใบหน้าและสำเนียงคล้ายพม่ามาก--ร้องไม่ได้ จึงถูกจับไปขังคุก ที่ชื่อ บ้านจั๊ก โดยมีอ้อม เอกeng เป็นคนคุมดูแล
หนึ่งในสนมขี้เหร่ เพิร์ล อิจฉาหญิงเตยมากแล้วก็อาฆาตอยากแก้แค้น แต่ว่าเจ้าหญิงเตยมีองค์รักษ์อยู่เยอะแยะ จึงไม่สามารถเข้าถึงตัวได้ จึงตัดสินใจแปลงร่างเป็น " ยุง " .... ในที่สุด
แต่ระหว่างที่ยุงเพิร์ลกำลังบินว่อนอยู่นั้น ก็ได้เกิดไปพบชายหนุ่ม มาดกวนๆ คิดเข้าเกิดเป็นความรัก แต่ว่าหนุ่มคิดนั้นหมายปองหญิงเจ มาเนิ่นนานทำให้ต้องสลัดรักยุงเพิร์ลไป แต่หารู้ไม่ว่าหญิงเจมิได้เสน่หาแต่อย่างใด เพราะว่าหญิงเจดันแอบหลงรัก พระสหายม๊อบโอรสวังข้างๆ
ทันใดนั้นเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น อีเจ๊มองต์ฟื้นคืนชีพ กลับมาแก้แค้นองค์หญิงทั้งสาม คราวนี้ She กลับมาพร้อมกับถ้วยกาแฟและมือถือด้วยอีกเครื่อง และบอกกับองค์หญิงทั้งสามว่า " ถ้าพวกแกยอมเราเราจะไว้ชีวิต แล้วเราจะบินไปฮ่องกง จะไปแบบกลางแผนที่ ถ้าไงยอมซะเราจะได้รีบไป " ทั้งสามองค์หญิงยอมแต่โดยดีเพราะคิดว่าเจ๊มองต์จะบินไปฮ่องกง แต่ไม่กี่วันต่อมากลับเห็นเจ๊มองต์ขับรถติดไฟแดงอยู่สี่แยกเพชรบุรี ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่โทรหานิพัธ ( คางคก ) ว่ากำลังขึ้นเครื่องแล้ว ( ฮา ... เอาเรือ่งจริงมาแฉว่ามั๊ย )
แต่เรื่องนี้มีสมุนของอีเจ๊มองต์ช่วยกันคิดแผนแย่งชิงอำนาจอยู่ นั่นคือ แต , แอน , ออย ( เอกจิต ) เพราะว่านั่งอยู่บนรถแวนสีขาวอยู่แล้วไม่สามารถหือกับอำนาจของเจ๊มองต์ได้ จำต้องเข้าร่วมเป็นพวกด้วย ที่สำคัญทั้งสามคนกลัวจะกลับไม่ถึงวังทับแก้ว เพราะว่าอีเจ๊มันขับรถแล้วหลับตาขับ ถ้าสามคนนี้พูดจาไม่เข้าหูเจ๊มองต์จะซี๊ดๆๆๆๆ เครียดขึ้นมาทันที ทำให้มิมีใครกล้าขัดใจเจ๊ได้
ขณะเดียวกัน เจ้าชายชีพต้องการพรข้อสุดท้ายให้มีประโยชน์ที่สุด เลยเปลี่ยนความคิดจากขอให้ตัวเองเป็นเจ้าชายรูปงาม แต่ขอเพื่อคนอื่น คือขอให้โอ้โจ่ หายจากอาการปากหมา และให้แจ๋มเอกจิตเป็นผู้ชายเต็มตัว ผลจาการขอมากไป อีโอ๋ ต้องกลายเป็น"จิ้ง" จอก ปากหมา และแจ๋ม กลายเป็น ตุ๊ดตลอดไป-บอลเอกจิต เสียใจมาก ที่แจ๋มกลายร่าง จึงร้องไห้จนปากห้อย พร้อมกับครวญครางเหมือนคนบ้าว่า " พี่ๆ อย่าเป๋าเลยครับ-อย่าเป๋าไทด์ผมนะครับ"
เมื่อหญิงเจเห็นว่าเงาะป่าชีพไม่สามารถที่จะเปลี่ยนโฉมที่หล่อเหลาได้ จึงได้พูดขึ้นว่า " อีหน้าม้าพาชี .... เจ้าทำเยี่ยงนี้ได้อย่างไร หลงให้ข้ารักแล้วหนีไปกับไอ้กระทิเหรอ อีหมูอ้วน " เมื่อเงาะป่าทำหญิงเจช้ำใจ หญิงเจเลยหันมาฟิตหุ่น ทุกวันหญิงเจจะไปบริหารร่างกายโดยการปั่นจักรยานผ่านหน้าร้านฟิตเน็ตหน้ามอ. เพื่อคอยมองหุ่นผู้ชายในร้านฟิตเน็ต เหมือนหนุ่มๆ ก็รู้เวลาพอหญิงเจปั่นจักรยานมา ก็จะยืนแข่งกันเบ่งกล้ามโชว์ ทำให้หญิงเจมีความสุขในชีวิตมาก ถึงกับลืมรักของเงาะชีพในทันที
และเมื่อถึงฤดูประกวดศิลปากรมิวสิคอวอร์ดเหล่าศิลปินเสียงดีจากทั่วทุกมุมเมืองก็ต่างมาร่วมกันแข่งขันด้วย ในวันประกวดมีอยู่วงหนึ่งนักร้องนำเป็นผู้หญิงสูงยาวเข่าดีนามว่า แอน ( เอกไทย ) เธอเป็นผู้หญิงเสียงดีจริงๆ เวลาร้องเพลงก็จะใส่ feelin ในอารมณ์มาก มีอยู่ช่วงนึงเธอร้องใส่อารมณ์มากไปหน่อย คนดูกำลังเมามันส์หันไปมองเธออีกที เธอตกเวทีไปแล้ว
เรามีทีมงานวุ้ยเล็ก รับรองเดี๋ยวให้ทีมงานแต่งกันมาเรื่อยๆ แล้วเดี๋ยวเราเอาขึ้นเอง ฮาๆ แกก็ช่วยแต่งดิว่ะ
เรื่องคงยังดำเนินต่อไปเพราะจอมโจรตึ๋งยังไม่สิ้นลาย นำเอากัญชามาจากร้านพิซซา (ออริกาโน) ทำให้โจรหมีเติร์กเข้าใจผิดสูดดมอย่างเมามันส์แล้วหลงใหลในความหอมจอมปลอมอย่างไม่รู้ว่าตนเองโดนหลอกเมื่อมารู้ภายหลังเสียใจจนพลัดตกจากหลังคาหอชายทำให้หลังคาทะลุความเสียหายครั้งนี้ประเมินค่าเป็นความฮามิได้ (ขี้แตกขี้แตน)
ความพินาศยังไม่จบสิ้นเมื่อสนมแนนยังคงอิจฉาในความงามของสามองค์หญิง เจ เตย วิ จนขับพาหนะคู่ใจชนกระถางต้นไม้หอพักA2 ทำให้ต้องมีการชดใช้อย่างสาสมการกระทำครั้งนี้ทำให้ทีวีจอแบนต้องมีส่วนร่วมในการรู้เห็นตำรวจยังคงดำเนินคดีไม่จบสิ้น
นี่มันอะไรกัน เรื่องวุ่นๆยังคงดำเนินต่อไป เมื่อโททหารม้าของวังได้กราบบังคมทูลต่อหน้าเจ้าหญิงแต่มีการเล่นชักเข็มเล็กๆเกิดขึ้น เมื่อเหล่าเจ้าหญิงเผลอมีการทำถ้าจุดสุดยอดเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน เป็นการกระทำที่เหิมเกริมที่สุด
ย้อนความถึงนักร้องหนุ่มเมื่อครั้งประกวดศิลปากรมิวสิคอวอร์ด นิพัธ ( คางคก ) ครั้งนึงชายนิพัธ เคยมีความเป็นแมนจัดได้รักกับสาวเภสัช มีนามว่า " ยิ้ม " และแล้วก็มีข่าวสะพัดเข้าหูนิพัธว่า พ่อของยิ้มเสียชีวิต .... นิพัธได้ยินดังนั้นวิญญาณพระเอกละครช่อง 7 เข้าสิง ร้องห่มร้องไห้ประนึงพ่อตัวเองตายแทน ตาบวมจัดสักพักมีคนบอกว่า พ่อยิ้มอ่ะตายจริง แต่เป็นยิ้มผู้ชายนะ ฮา .......... นิทานตอนนี้สอนให้รู้ว่าก่อนจะร้องไห้ว่าพ่อใครตาย ควรเช็คให้แน่ว่าใช่พ่อเค้าหรือไม่
อยู่ๆองค์หญิงเตยผู้เลอโฉมก็ได้ทำพลาดเกิดขึ้นหลังจากที่เข้าห้องน้ำที่คณะเสร็จองค์หญิงและเหล่าสนมก็กำลังเดินทางกลับ องค์หญิงเตยสะพายเป้สีสดใสทันใดนั้นเองเป้ได้รั้งกระโปรงขององค์หญิง กางเกงในลายเป็ดสีเหลืองก็ออกมาโชว์ องค์หญิงเดินไปเกือบจะถึงหอพึงจะรู้ตัวหลังจากที่เดินผ่านผู้คนมามากมายสร้างความอับอายยิ่งนัก
แต่สิ่งที่น่าอับอายยิ่งกว่าคือโอ๋ปากหมา รีบจัดเพื่อจะไปPresent งาน วิชาอ.อนันต์ จึงไม่ได้ใส่เสื้อชั้นในไป ขณะที่เธอยืนหน้าห้องผู้แต่งเรื่องคิดว่า เธอคงโดนหักคำแนนไปเยอะเนื่องจากการที่เธอบังอาจชี้หน้าอาจารย์ (เพราะเธอไม่ได้ใส่เสื้อในนี่เอง)
นอย โว้ย
เจ (ด้า บ้าทุกงาน )
เตย ( เค้ามีเตยวินรัตน์ อีนี่เตยวินชี่แล้วกัน )
วิ ( วิหลาดหัวหิน กรูคิดไรไม่ออก )
เจ้าหญิงเตยมิต้องเดินทางไปไหนเพราะมีพระสิริโฉมที่งดงาม
มีแต่เจ้าชายต่างหมายปอง
แต่เจ้าหญิงวิ กลับตัดสินใจเดินทางลงใต้ทันที
ขณะที่เจ้าหญิงวิเดินทางมาไกลมากในป่าลึก
ระหว่างทางไม่สามารถทนความหิวได้
จึงหาไก่สดตามระแวกป่าแถวนั้นซึ่งเป็นป่าที่ชุกไปด้วยโจร
ขณะเสวยไก่สดอย่างโอชะ
โจรป่าก็โผล่ออกมาหวังจะให้เจ้าหญิงวิ
ช่วยเป็นยันต์กันผีเวลาเดินป่ายามค่ำคืนแต่เจ้าหญิงวิไม่ยอม
หลงทางมาขอความช่วยเหลือ (เงาะป่าชีพ)
ทั้งสองมองตาก็รู้ใจเกิดปิ๊งกันในบัดดล
แต่แล้วก็มีเจ้าชายขุนเดช
ขออาสาจัดการกับเหล่าเจ้าชายเมืองอื่นให้
แต่เจ้าหญิงเตยไม่ยอมรับความช่วยเหลือ
จึงให้เจ้าชายแต่ละเมืองยืนต่อแถวอย่างเป็นระเบียบ
โจรหมีขาว(เบิ้ม) กับโจรหมีดำ (เติร์ก)
เอาไม้จะมารุมตีแต่มีสองจอมยุทธเข้ามาช่วยกันไว้
จนได้รับบาดเจ็บที่หน้าทำให้กลายเป็น
กบถูกตี (ตี้) และ ทีวีจอแบน (พี)
สองจอมยุทธหน้าแบนทันทีและกำลังแย่
เจ้าหญิงเจและเงาะป่าเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
จึงหาที่แวะพักก่อนที่จะเดินทางกลับเมือง
เจอวงดนตรีอาภาพร สมุทรสาคร (แจ๋ว)
คอนเสริต์อย่างสนุกสนาน
พร้อมกับวงโฟรค์ซองที่เคยประกวด
งานศิลปากรมิวสิวอวอต์ซึ่งมี
นิพัธ(คางคก)และป๋อม ร้องรำทำเพลงอยู่ด้วย
ถึงวงดนตรีไม่ชนะการประกวดแต่ก็ชนะใจผู้แต่งนิทาน
ขอเอ่ยถึงพระพี่เลี้ยงของเจ้าหญิงทั้งสาม
พระสนม ตา ดี ดาว
ซึ่งเป็นห่วงเจ้าหญิงมาก
แต่มีสนมนางหนึ่งเป็นเกย์(ตุ๋ย)
ขณะที่เจ้าหญิงวิกำลังลำบากเจ้าชายอับดุลเลาะห์ก็นั่งเรือกอแระ
ซึ่งขอยืมมากจากเพ็ญมาช่วยทันที
แต่ยานเองก็เป็นห่วงเจ้าหญิงวิมากเหมือนกัน
รวมทั้งแป๋มด้วยทุกคนต่างมาช่วยเหลือ
แต่กองโจรก็ไม่ธรรมดา
มีเด็กสูงไม่ถึง 120เซ็นติเมตร (ตึ๋ง) มาหนุนหลัง
เจ้าหญิงเตยก็มีผู้คนอิจฉาในพระโฉมที่งดงาม
จึงถูกรังแกจากพวกสนมขี้เหร่
(เพิรล์,เมย์,แนน,ออยเอกเทค,จิ๊บ เอกEng,ลูกน้ำเอกไทยและมีอีกมากที่คอยอิจฉา)
ไม่ได้การแล้วต้องปรึกษาปุโรหิตผู้มีอาคมสูงส่ง
(บอบม์) และ แม่หมอ(อนงค์)
ผู้มีอิทธิฤทธิ์เก่งกล้าว่าจะทำอย่างไรดีกับพวกที่คอยอิจฉาเหล่านั้น
องค์หญิงเตยไม่สบายเลยบินไปรักษาตัวทึ่เกาหลีแล้วเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า...อุนโซ
หลังจากนั้นก็พบรักกับเจ้าชายเปิ่น
แต่ทรงพระงอนเพราะว่าไม่ยอม
หาไข่ตุ๊ดตู่มาให้เหวย
เลยทรงควบม้าแป๋มคู่ใจกลับเมืองไทย
เจ้าชายเปิ่นกลัวเสียเจ้าหญิงเตยไป
เลยแปลงพระโฉมให้เจ้าหญิงทอดพระเนตรเป็นบุญตา
เจ้าหญิงตกพระทัยมากที่แท้ก็เป็นเจ้าชายศิระเอง
ฝ่ายเงาะป่าชีพกับเจ้าหญิงเจก็กำลัง
เดินทางกลับเมือง เงาะป่าพยายามแปลงร่าง
เพราะอยากมีโฉมหน้าที่งดงามบ้าง
เงาะป่าชีพมีโอกาสแค่3ครั้งเท่านั้นเนื่องจากโดนฟ้าผ่าเพราะคอทองแดง
การแปลงร่างครั้งแรกไม่สำเร็จออกมาเป็นตัวชะมดเช็ด
เงาะป่าชีพกลุ้มมากไม่รู้จะทำอย่างไร
จึงส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ
ซึ่งเป็นเวลาพอเหมาะกับการเปิดรับเรดาห์ที่ใฝของโก๋เอกถม
โก๋จึงให้สัญญาณบอกชีพให้ลองอีกครั้ง
คราวนี้ครั้งที่2 เงาะป่าชีพก็ทำไม่สำเร็จ
แปลงร่างเป็นจิ้งเหลนดง เหลืออีกเพียง1ครั้งเท่านั้น
ใครว่าเงาะป่าชีพจะสิ้นชื่อ
ใครว่าเค้าเป็นทองแดงไม่ใช่นะเค้าไม่ได้เป็น
" วันนี้เราไปหาข้าวผัดปริ๊กที่องค์ป๊ะกินกันดีก่า "
ไม่ทองแดงเรยแม้แต่นิดเดียวเจงๆ
ใครเคยดูเพื่อนสนิทมาแล้วช่วยทำเสียงแบบสาวใต้ในเรื่องด้วย
แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้น มีหญิงงามผู้มาจากเมืองป้องิ้ม ...
ทางตอนเหนือของจีน เป็นดินแดนไข่ทองคำ
เธอผู้นั้นเลอโฉมมาก มีนามว่า " หญิงจิต "
เธอทั้งตัวใหญ่ ขาวโพรงไปทั้งตัว จิตใจดีงาม ยิ้มละมุน
ชายหนุ่มที่ได้พบเห็นถึงกับตกหลุม......รักกันเลยทีเดียว
เตย , วิ , เจ ถึงกับดับไปด้วยครั้งนี้
นอกจากหญิงจิตแล้ว ยังมี โอ๋มิเชลแจ๋ว สะท้านทรวง
มาร่วมวงแข่งประชันความสวยในครั้งนี้ด้วย
ในระหว่างที่เจ้าหญิงแต่ละเมืองกำลังวุ่นๆ กับการประกวดครั้งนี้
ก็มีเจ้าชายโท
เดินทางมาจากตอนใต้ของเมืองเล็กมาก เอ๊ยลิม่า
มาดูลาดเลาหาเจ้าสาวในอนาคต
ทันใดนั้นเองก็มีเสียงนึงดังขึ้น
" โอ๊ย เจ๊บอ่ะ ทำไมท่านต้องเอาเข็มมาจิ้มข้าด้วย มันเจ็บมากเลยนะรู้มั๊ย "
เสียงนั้นเป็นเสียงของอีตุ๊บทาสรับใช้สโมสรนักศึกษา
ชายโทโมโหมากหาว่าคิดได้ยังไงว่าท่านเอาเข็มไปทิ่มแทงอีตุ๊บ
เพราะที่ท่านจิ้มเข้าไปเป็นไม้แคะฟันต่างหาก อีบ้า.
แต่จุดที่สำคัญของเรื่องคือ มีนักปาด (ขับรถปาดหน้าผู้อื่น)
เป็นผู้มีอิทธิพลและเป็นผู้กว้างขวาง
เวลาไปไหนมาไหนต้องมีรถตำรวจคอยนำตลอด
ได้เสนอตัวมาช่วย3เจ้าหญิง
คนๆนั้นมียานพาหนะสีขาวเป็นรถแวน
พกถ้วยกาแฟเล็กๆ และ ชอบสูดปากซืดๆและเครียดเสมอ
(ใครก็รู้คนนี้มองต์ หมายถึงทำเป็นขรึมนั่นเอง)
ไม่พอใจใครจะไม่ให้ขึ้นรถ
เขาสัญญาว่าจะพาเจ้าหญิงทั้งสามกลับวัง
แต่ระหว่างทางเจ้าหญิงจับได้ว่าเค้าคิดไม่ซื่อ
จึงพากันหนีเข้าไปในหมู่บ้าน
ม็องวิ่งตามไม่ทันกลิ้งตกไปทับราวกางเกงในที่กำลังชื้น
เขาไม่สามารถแกล้งตายได้
เพราะหันไปก็เจอกางเกงในถ้าแกล้งตายก็ต้องทนเหม็น
เขาจึงเลิกตามเจ้าหญิงไปพวกเจ้าหญิงไม่รู้ว่ากำลังอยู่ในหมู่บ้านคนโหด
ซึ่งถ้าถามอะไรก็จะตอบไม่ทราบ ไม่ทราบ (เปิ้ลเอกไทย)
และก็ไม่พูดแต่จะเขียนใส่ไวท์บอร์ดตลอดเวลา
พวกเจ้าหญิงเซ็งมากจึงเดินร้องเพลงรุ่นกันไป
ระหว่างทางมีชาวเหนือคนหนึ่งอยากร้องบ้างแต่เพลงออกแนวใต้คือร้องเร็ว
เพราะคนแต่งคือเงาะป่าชีพ (เป็นคนใต้ )
ชาวเหนือคนนี้เครียดมากที่ร้องเพลงรุ่นไม่ได้(ฟรองค์)
จึงหันไปปรึกษาเพื่อนอีกคนหนึ่ง
เพื่อนคนนี้สั่นหัวไปมาดิกดิก
แล้วตอบด้วยสำเนียงเหน่อๆ ว่า
"เฮ้ยมันไม่ได้นะเว้ย" (ฟลุค)
หญิงจิต แจ๋ว โอ๋มิเชล สวยกว่าสามเจ้าหญิงเจเตยวิก็จริงอยู่
แต่ทั้งสามก็ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้นานเนื่องจาก
ติดโรคไข้หวัดนกอยู่อย่างทรมาณและ
ไม่มีทางแก้ใดๆทุกเช้าต้องตื่นมาขันแข่งกับไก่โดยเฉพาะโอ๋( มิเชล )ขันเก่งมาก
จากอาการป่วยของเจ้าหญิงทั้งสาม
วิธีการเดียวที่จะรักษาให้ได้ผลคือการให้ร้องเพลงชาติไทย
มิเชลและ หญิงจิตผ่านไปได้อย่างหวุดหวิด
แต่แจ๋วผู้ซึ่งมีใบหน้าและสำเนียงคล้ายพม่ามาก--กลับร้องไม่ได้
จึงถูกจับไปขังคุก ที่ชื่อ บ้านจั๊ก ( ยาน )
โดยมีอ้อม เอกeng เป็นคนคุมดูแล
หนึ่งในสนมขี้เหร่ เพิร์ล
อิจฉาหญิงเตยมากแล้วก็อาฆาตอยากแก้แค้น
แต่ว่าเจ้าหญิงเตยมีองค์รักษ์อยู่เยอะแยะ จึงไม่สามารถเข้าถึงตัวได้
จึงตัดสินใจแปลงร่างเป็น " ยุง " .... ในที่สุด
แต่ระหว่างที่ยุงเพิร์ลกำลังบินว่อนอยู่นั้น
ก็ได้เกิดไปพบชายหนุ่ม มาดกวนๆ
หนุ่มคิดเข้าเกิดเป็นความรัก แต่ว่าหนุ่มคิดนั้นหมายปองหญิงเจ
มาเนิ่นนานทำให้ต้องสลัดรักยุงเพิร์ลไป
แต่หารู้ไม่ว่าหญิงเจมิได้เสน่หาแต่อย่างใด
เพราะว่าหญิงเจดันแอบหลงรัก
พระสหายม๊อบโอรสวังข้างๆ
ทันใดนั้นเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
อีเจ๊มองต์ฟื้นคืนชีพ
กลับมาแก้แค้นองค์หญิงทั้งสาม
คราวนี้ She กลับมาพร้อมกับถ้วยกาแฟและมือถือด้วยอีกเครื่อง
และบอกกับองค์หญิงทั้งสามว่า
" ถ้าพวกแกยอมเราเราจะไว้ชีวิต แล้วเราจะบินไปฮ่องกง
จะไปแบบกลางแผนที่ ถ้าไงยอมซะเราจะได้รีบไป "
ทั้งสามองค์หญิงยอมแต่โดยดี
เพราะคิดว่าเจ๊มองต์จะบินไปฮ่องกง
แต่ไม่กี่วันต่อมากลับเห็นเจ๊มองต์ขับรถติดไฟแดงอยู่สี่แยกเพชรบุรี
ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่โทรหานิพัธ ( คางคก )
ว่ากำลังขึ้นเครื่องแล้ว ( ฮา ... เอาเรือ่งจริงมาแฉว่ามั๊ย )
แต่เรื่องนี้มีสมุนของอีเจ๊มองต์ช่วยกันคิดแผนแย่งชิงอำนาจอยู่
นั่นคือ แต , แอน , ออย ( เอกจิต ) เพราะว่านั่งอยู่บนรถแวนสีขาวอยู่
แล้วไม่สามารถหือกับอำนาจของเจ๊มองต์ได้
จำต้องเข้าร่วมเป็นพวกด้วย
ที่สำคัญทั้งสามคนกลัวจะกลับไม่ถึงวังทับแก้ว
เพราะว่าอีเจ๊มันขับรถแล้วหลับตาขับ
ถ้าสามคนนี้พูดจาไม่เข้าหูเจ๊มองต์จะซี๊ดๆๆๆๆ
เครียดขึ้นมาทันที ทำให้มิมีใครกล้าขัดใจเจ๊ได้
ขณะเดียวกันเจ้าชายชีพต้องการพรข้อสุดท้ายให้มีประโยชน์ที่สุด
เลยเปลี่ยนความคิดจากขอให้ตัวเองเป็นเจ้าชายรูปงาม
แต่ขอเพื่อคนอื่นคือขอให้โอ๋โจ๋ หายจากอาการปากหมา
และให้แจ๋มเอกจิตเป็นผู้ชายเต็มตัว ผลจากการขอมากไป
อีโอ๋ต้องกลายเป็น "จิ้ง" จอก ปากหมา
และแจ๋มกลายเป็น ตุ๊ดตลอดไป
บอลเอกจิตเสียใจมากที่แจ๋มกลายร่าง
จึงร้องไห้จนปากห้อย พร้อมกับครวญครางเหมือนคนบ้าว่า
" พี่ๆ อย่าเป๋าเลยครับ-อย่าเป๋าไทด์ผมนะครับ"
เมื่อหญิงเจเห็นว่าเงาะป่าชีพไม่สามารถที่จะเปลี่ยนโฉมที่หล่อเหลาได้
จึงได้พูดขึ้นว่า
" อีหน้าม้าพาชี .... เจ้าทำเยี่ยงนี้ได้อย่างไร
หลงให้ข้ารักแล้วหนีไปกับไอ้กระทิเหรอ อีหมูอ้วน "
เมื่อเงาะป่าทำหญิงเจช้ำใจ
หญิงเจเลยหันมาฟิตหุ่น
ทุกวันหญิงเจจะไปบริหารร่างกายโดยการปั่นจักรยาน
ผ่านหน้าร้านฟิตเน็ตหน้ามอ.
เพื่อคอยมองหุ่นผู้ชายในร้านฟิตเน็ต
เหมือนหนุ่มๆ ก็รู้เวลาพอหญิงเจปั่นจักรยานมา
ก็จะยืนแข่งกันเบ่งกล้ามโชว์ ทำให้หญิงเจมีความสุขในชีวิตมาก
ถึงกับลืมรักของเงาะชีพในทันที
และเมื่อถึงฤดูประกวดศิลปากรมิวสิคอวอร์ด
เหล่าศิลปินเสียงดีจากทั่วทุกมุมเมือง
ก็ต่างมาร่วมกันแข่งขันด้วย ในวันประกวดมีอยู่วงหนึ่ง
นักร้องนำเป็นผู้หญิงสูงยาวเข่าดีนามว่า แอน ( เอกไทย )
เธอเป็นผู้หญิงเสียงดีจริงๆ เวลาร้องเพลงก็จะใส่ feelin ในอารมณ์มาก
มีอยู่ช่วงนึงเธอร้องใส่อารมณ์มากไปหน่อย
คนดูกำลังเมามันส์หันไปมองเธออีกที เธอตกเวทีไปแล้ว
เรื่องคงยังดำเนินต่อไปเพราะจอมโจรตึ๋งยังไม่สิ้นลาย
นำเอากัญชามาจากร้านพิซซา (ออริกาโน่)
ทำให้โจรหมีเติร์กเข้าใจผิดสูดดมอย่างเมามันส์
แล้วหลงใหลในความหอมจอมปลอมอย่างไม่รู้
ว่าตนเองโดนหลอกเมื่อมารู้ภายหลังเสียใจ
จนพลัดตกจากหลังคาหอชายทำให้
หลังคาทะลุความเสียหายครั้งนี้ประเมินค่าเป็นความฮามิได้ (ขี้แตกขี้แตน)
ความพินาศยังไม่จบสิ้นเมื่อสนมแนน
ยังคงอิจฉาในความงามของสามองค์หญิง เจ เตย วิ
จนขับพาหนะคู่ใจชนกระถางต้นไม้หอพักA2
ทำให้ต้องมีการชดใช้อย่างสาสม
การกระทำครั้งนี้ทำให้ทีวีจอแบนต้องมีส่วนร่วม
ในการรู้เห็นตำรวจยังคงดำเนินคดีไม่จบสิ้น
นี่มันอะไรกัน เรื่องวุ่นๆยังคงดำเนินต่อไป
เมื่อโททหารม้าของวังได้กราบบังคมทูลต่อหน้าเจ้าหญิง
แต่มีการเล่นชักเข็มเล็กๆเกิดขึ้น
เมื่อเหล่าเจ้าหญิงเผลอมีการทำ
ท่าจุดสุดยอดเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน เป็นการกระทำที่เหิมเกริมที่สุด
ย้อนความถึงนักร้องหนุ่มเมื่อครั้งประกวดศิลปากรมิวสิคอวอร์ด
นิพัธ ( คางคก ) ครั้งนึงชายนิพัธ
เคยมีความเป็นแมนจัดได้รักกับสาวเภสัช
มีนามว่า " ยิ้ม " และแล้วก็มีข่าวสะพัดเข้าหูนิพัธว่า
พ่อของยิ้มเสียชีวิต .... นิพัธได้ยินดังนั้นวิญญาณพระเอกละครช่อง 7 เข้าสิง
ร้องห่มร้องไห้ประนึงพ่อตัวเองตายแทน
ตาบวมจัดสักพักมีคนบอกว่า พ่อยิ้มอ่ะตายจริง
แต่เป็นยิ้มผู้ชายนะ ฮา ..........
นิทานตอนนี้สอนให้รู้ว่าก่อนจะร้องไห้ว่าพ่อใครตาย
ควรเช็คให้แน่ว่าใช่พ่อเค้าหรือไม่
นิทานรุ่นฟ้าหลังฝนเรื่องนี้ยังไม่จบ
อยากให้เรือ่งราวเป็นอย่างไรต่อไปเขียนกันเข้ามาได้
แต่ถ้าไม่เขียนก็จะมี Director คอยเขียนบทให้อยู่แล้ว
ระวังนะ .... อาจมีชื่อคุณอยู่ในนิทานเรื่องนี้ด้วย ฮา ฮา ฮา...